องค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่

เยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.dongkhu.go.th/index.php

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นการดำเนินการที่ครอบคลุมถึงสาธารณภัยที่เกิด และอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะต้องกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงภัย ซึ่งแนวโน้มทีจะทวีความรุนแรงกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ
การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการป้องกันล่วงหน้าไม่ให้เกิด สาธารณภัยขึ้น โดยระดมสรรพกำลังของฝ่ายพลเรือนทุกด้าน รวมทั้งการสนับสนุนจากฝ่ายทหารและเมื่อไม่สามารถป้องกันให้เกิดสาธารณภัยได้ ต้องใช้มาตรการระงับภัย เพื่อที่จะลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐให้เหลือน้อยที่สุด และเมื่อภัยได้เกิดขึ้นและผ่านพ้นไปแล้ว จะต้องดำเนินการฟื้นฟูบูรณะความเสียหายด้านต่าง ๆ ให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
--> ก่อนที่เราจะเรียนรู้วิธีป้องกันและวิธีปฎิบัติเมื่อเกิดอุทกภัย เรามารู้จักลักษณะที่ตั้งเขตตำบลดงคู่กันก่อนดีกว่า

ลักษณะที่ตั้ง

องค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ ตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ที่ 1 บ้านห้วยไคร้ ตำบลดงคู่ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย ประมาณ 12 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากที่ว่าการจังหวัดสุโขทัย ประมาณ 90 กิโลเมตร โดยจะอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอศรีสัชนาลัย
องค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่มีพื้นที่ 92.17 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 57,609 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศขององค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ มีเนินเขาเตี้ย ๆ เล็กน้อย มีพื้นที่สำหรับ
ทำไร่ ทำสวน ทำนา ประมง และทำการปศุสัตว์
องค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสชันาลัย จังหวัดสุโขทัย
ทิศใต้ ติดต่อตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลบ้านด่านแม่คำมัน อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศตะวันตก ติดต่อตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ประชากร
ตำบลดงคู่มีประชากรทั้งสิ้น 5,921 คน แยกเป็นชาย 2,937 คน หญิง 2,984 คน ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ มีจำนวนครัวเรือน 1,644 ครัวเรือน มีความหนาแน่นของประชากรโดยเฉลี่ย 64.24 คนต่อตารางกิโลเมตร (ข้อมูลเมื่อ มกราคม 2551 )
อาณาเขตการปกครอง
ตำบลดงคู่ แบ่งเขตการปกครองเป็นหมู่บ้าน มีหมู่บ้านจำนวนทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน คือ
หมู่ที่ 1 บ้านห้วยไคร้ หมู่ที่ 2 บ้านดงคู่ หมู่ที่ 3 บ้านดงคู่ใต้
หมู่ที่ 4 บ้านห้วยติ่ง หมู่ที่ 5 บ้านหนองชายไผ่ หมู่ที่ 6 บ้านห้วยสัก
หมู่ที่ 7 บ้านห้วยดู่ หมู่ที่ 8 บ้านแหลมเจริญสุข หมู่ที่ 9 บ้านหนองวัวเฒ่า
-->รู้จักลักษณะที่ตั้งเขตตำบลดงคู่กันแล้ว ต่อมาเรามารู้จักสถานการณ์เสี่ยงภัยของพื้นที่กันต่อเลยนะคะ ว่า เขต อ.บ.ต.ดงคู่มีสถานการณ์เสี่ยงภัยอะไรบ้าง และมาก-น้อยแค่ไหน
สถานการณ์เสี่ยงภัยของพื้นที่
ความเสี่ยงภัยของแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิศาสตร์ ประชากร การตั้งถิ่นฐาน ซึ่งจะต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยประเภทต่าง ๆ แล้วจัดลำดับที่มีความรุนแรงเรียงจากมากไปหาน้อย ดังนี้
อุทกภัย ระดับความรุนแรงปานกลาง
ภัยแล้ง ระดับความรุนแรงมาก
วาตภัย ระดับความรุนแรงปานกลาง
อัคคีภัย ระดับความรุนแรงปานกลาง
ภัยจากอากาศหนาว ระดับความรุนแรงมาก
สารเคมีและวัตถุอันตราย ระดับความรุนแรงน้อย
-->จากสถานการณ์เสี่ยงภัยของพื้นที่ ทำให้เรารู้ได้ว่า เขต อ.บ.ต.ดงคู่ มีความเสี่ยงภัยประเภทต่างๆ แล้วมีความรุนแรง มาก-น้อย แค่ไหน จึงทำให้เราสามารถวางแผนและเตรียมการป้องกันภัยในพื้นที่ได้ ดังนี้

การเตรียมการป้องกัน

การเตรียมการป้องกัน ให้ผู้อำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในเขตท้องที่รับผิดชอบ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. สำรวจสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เตรียมคน และยานพาหนะของทางราชการฝ่ายพลเรือนของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน เพื่อใช้ในการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ได้ตามความจำเป็น
2. จัดให้มีวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ และที่หลบภัยสาธารณะในการป้องกันภัย
3. จัดให้มีการฝึกอบรมและดำเนินการฝึกซ้อมการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้กับเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร

-->ก่อนเกิดภัย จะต้องมีระบบการเตรียมการป้องกันล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดสาธารณภัยเกิดขึ้น โดยติดตามสถานการณ์รวบรวมข่าวสารข้อมูล ประเมินสถานการณ์ภัยฝ่ายพลเรือนที่อาจเกิดขึ้น และวางเตรียมการต่าง ๆ เท่าที่จำเป็น เพื่อให้สามารถเผชิญกับภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ

การปฏิบัติเมื่อเกิดภัย ขณะเกิดภัย

เมื่อไม่สามารถป้องกันการเกิดสาธารณภัยได้จะต้องระดมสรรพกำลังจาก ทุกหน่วยงานเพื่อระงับภัยและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด ประกอบด้วย
1. จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ มีหน้าที่
1.1 อำนวยการปฏิบัติงานป้องกัน ระงับ และบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือนในท้องที่ ที่รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ
1.2 รวบรวมรายงาน สรุปเหตุการณ์และสถานการณ์เสนอต่อผู้อำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและเหนือชั้นตามลำดับ
1.3 ประสานงานกับหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ทั้งในและนอกพื้นที่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือ ในกรณีเกินขีดความสามารถ
1.4 ประสานงานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐ และเอกชน ทั้งในและนอกพื้นที่ เพื่อให้การสงเคราะห์ผู้ประสบภัย และฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ที่เสียหาย
1.5 ดำเนินการประกาศแนะนำ แจ้งเตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่ให้หลบภัย หรือเตรียมการป้องกันเพื่อลดอันตรายหรือความเสียหาย
1.6 จัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วที่สามารถเคลื่อนที่ออกไประงับและบรรเทาภัยได้ทันที่และชุดสนับสนุนสำหรับไปเสริมกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วได้ทันที
1.7 จัดให้มีสถานที่ปลอดภัยสำหรับการอพยพประชาชนและเจ้าหน้าที่
1.8 การรักษาความสงบเรียบร้อย และควบคุมการจราจร จัดให้มีระบบรักษาความสงบเรียบร้อย โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัคร ตามความเหมาะสม
1.9 เมื่อเกิดภัยให้กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนองค์การบริหารส่วนตำบลสารจิตร ใช้เงินงบประมาณตามปกติไปก่อน และรายงานของบประมาณสนับสนุน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2538 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546 และวิธีดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัย
1.10 ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตำบลดงคู่ ตั้งอยู่ ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โทร 0-5566-0023, 0-5560-1096 ต่อ 107 ศูนย์วิทยุสื่อสาร “อบต.ดงคู่” ความถี่ VHF/FM 156.550 MHz

-->หลังจากที่ประสบปัญหาจากสาธารณภัย เราต้องเจอกับความเสียหายที่เกิดจากภัยดังกล่าว ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันเร่งฟื้นฟูบูรณะความเสียหายที่เกิดขึ้น


การฟื้นฟูบูรณะ

การฟื้นฟูบูรณะ เมื่อสาธารณภัยผ่านพ้นจะต้องเร่งฟื้นฟูบูรณะความเสียหายให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือขั้นต้นแก่ราษฎรผู้ประสบภัยให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามควรแก่อัตภาพระหว่างรอการช่วยเหลือในขั้นต่อไป ประกอบด้วย
1. การจัดตั้งหน่วยบรรเทาทุกข์ ได้แก่
1.1 การรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย
1.2 การเลี้ยงดูผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ในระยะแรก
2. การรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยแก่บุคคลและสถานที่
2.1 การจัดตั้งหน่วยงานสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ได้แก่การสำรวจความเสียหายและ
ความต้องการของผู้ประสบภัยและให้การสงเคราะห์
2.2 การซ่อมแซมที่พักอาศัย สิ่งสาธารณูปโภค และเส้นทางคมนาคมให้พอใช้การได้
ในเบื้องต้น
2.3 ปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อประชาสัมพันธ์เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ
3. การป้องกันโรคระบาดทั้งคนและสัตว์
4. จัดตั้งหน่วยควบคุมความปลอดภัยเพื่อป้องกันมิให้เกิดภัยซ้ำขึ้นอีกหรือมิให้เกิดอันตรายจากวัตถุระเบิดหรือสารตกค้าง โดยพิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ดังนี้
4.1 การรื้อถอนหรือทำลายซากปรักหักพัง
4.2 การทำลายวัตถุระเบิดหรือสารตกค้าง
4.3 การรักษาความสงบเรียบร้อย และการจราจร
5. ให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ ( ก.ช.ภ.อ. ) สำรวจความเสียหายแล้วพิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยเร็วตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2538 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 และรายงานขอความ ช่วยเหลือไปยังคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดทันที พร้อมทั้งส่งภาพถ่ายและรายละเอียดประกอบพิจารณา
6. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาช่วยเหลือ
7. อพยพราษฎรกลับที่อยู่อาศัยตามปกติภายหลังภัยผ่านพ้นไปแล้วโดยเร็ว หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบฯ โดยทันที
8. ช่วยเหลือปัจจัยที่สำคัญ เช่น อาหาร น้ำดื่ม น้ำสะอาดเพื่ออุปโภค บริโภค เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าผู้ประสบภัยจะช่วยเหลือตนเองได้
9. จัดหาน้ำสะอาดแจกจ่าย และดำเนินสูบล้างบ่อน้ำตื้นให้สามารถใช้น้ำอุปโภค บริโภคได้ พร้อมทั้งจัดแพทย์สนามในพื้นที่ที่ประสบภัยตลอดจนการจัดการด้านสาธารณสุข
10. ขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่และนอกพื้นที่ในการที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้ประสานกับศูนย์ปฏิบัติการฯ ล่วงหน้าเพื่อจะได้แจกจ่ายสิ่งของให้ทั่วถึงและเป็นธรรม
11. ประเมินผลการปฏิบัติงาน หากมีข้อบกพร่องต้องปรับปรุงแก้ไข ให้ชี้แจงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายได้ทราบ และนำมาปรับปรุงแผนปฏิบัติให้ดีขึ้น

การป้องกันและบรรเทาภัยจากอุทกภัยและวาตภัย

ในช่วงฤดูฝนของแต่ละปี จะมีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียง ก่อให้เกิดฝนตกหนัก ทำให้แม่น้ำยมมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับในพื้นที่ อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา และอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นต้นของลำน้ำยม ไม่มีเขื่อน อ่าง หรือที่กักเก็บน้ำขนาดใหญ่ จึงทงทำให้แม่น้ำยมไหลบ่าลงมาทางตอนใต้อย่างรวดเร็ว เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือน เส้นทางการคมนาคม รวมทั้งสถานที่ราชการได้รับความเสียหายอยู่เป็นประจำ

ก่อนเกิดภัย

- ติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัย โดยติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา สถานีตรวจอากาศสุโขทัย และกองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จังหวัดสุโขทัย เพื่อให้ทราบข้อมูล ข่าวสารการคาดหมายลักษณะอากาศ กำลังลม ปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำ และพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบอุทกภัยและวาตภัย
- ประชาสัมพันธ์ข่าวสารการพยากรณ์อากาศและระดับน้ำให้ประชาชนทราบ เพื่อเตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยผ่านทางข่ายงานประชาสัมพันธ์สื่อมวลชน และกองอำนวยการป้องกันฝ่ายพลเรือนองค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่
- แจ้งเตือนภัยประชาชนผู้อาศัยอยู่ริมฝั่งคลองสายหลัก หรือพื้นที่เสี่ยงต่อวาตภัยและน้ำไหลหลากให้ทราบและเตรียมการป้องกัน รวมทั้งเตรียมพื้นที่และวิธีการอพยพประชาชนและส่วนราชการไว้ ให้สามารถสั่งปฏิบัติการอพยพได้ทันที โดยสำรวจและจัดทำทะเบียนพื้นที่รองรับการอพยพไว้ให้พร้อม
- จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ ยานพาหนะ เช่น รถยนต์บรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ในการกู้ภัย กระสอบทราย เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มไว้ให้พร้อม - กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนองค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ จัดตั้งศูนย์
อำนวยการเฉพาะกิจขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือ

การปฏิบัติเมื่อเกิดภัย

- เมื่อได้รับแจ้งเหตุอุทกภัยหรือวาตภัย ในพื้นที่ให้กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนองค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ ที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามแผนนี้ โดยเข้าดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน
- ให้ทุกฝ่ายที่ได้รับมอบหมายปฏิบัติการตามแผนปฏิบัติการทันทีเมื่อเกิดภัย หากเกิดภัยเป็นบริเวณกว้างให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยมากที่สุด ที่ได้สำรวจไว้ล่วงหน้าเป็นอันดับแรกพร้อมทั้งรายงานเหตุการณ์และสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
- จัดส่งเครื่องจักรกล วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไปยังพื้นที่ที่เกิดเหตุโดยเร็ว
- หากภัยเกิดขึ้นมีความรุนแรงหรือเกิดบริเวณกว้างเกินขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติให้ร้องขอรับการสนับสนุนไปยังกองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเขตท้องที่ใกล้เคียง หรือกองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนระดับเหนือชั้นขึ้นไป
- จัดให้มีการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่เกิดภัย และบริเวณพื้นที่รองรับการอพยพ พร้อมทั้งจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่สาธารณชน

การปฏิบัติเมื่อผ่านพ้น

เมื่อเหตุการณ์ยุติ ให้กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนองค์การบริหารส่วน
ตำบลดงคู่ปฏิบัติตามขั้นตอนฟื้นฟู ดังนี้
- ให้กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนองค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ สำรวจความเสียหาย และดำเนินการซ่อมแซม ฟื้นฟู บูรณะ โดยเร่งด่วน
- อพยพประชาชนเข้าที่อยู่อาศัยตามปกติโดยด่วน หากที่อยู่อาศัยได้รับความ
เสียหายให้ดำเนินการช่วยเหลือจนกว่าประชาชนจะช่วยเหลือตนเองได้ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในการดำรงชีพด้วย
- จัดให้มีการบำรุงขวัญ ประชาสัมพันธ์เพื่อฟื้นฟูบูรณะจิตใจและให้ข้อมูลแนะนำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการให้ความช่วยเหลือของทางราชการ
- เมื่อดำเนินการฟื้นฟูบูรณะความเสียหายในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังมีความเสียหายเกินขีดความสามารถของกองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนองค์การบริหารส่วนตำบลดงคู่ ให้ขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยระดับเหนือชั้นขึ้นไป

-->เราควรติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาสม่ำเสมอ เมื่อใดที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง
ถ้าอยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลาก จากภูเขาที่ราบสูงลงมา กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก ควรสังเกตเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลาย ๆ วัน ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง
ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้ เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร
กระแสน้ำหลากจะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ และพืชไร่ ต้องระวังกระแสน้ำพัดพาไป อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม อย่าลงเล่นน้ำ อาจจะประสพอุบัติภัยอื่น ๆ อีกได้
หลังจากน้ำท่วม จะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์ ให้ระวังน้ำบริโภค โดยต้มให้เดือดเสียก่อนนะจ๊ะ

อุทกภัย เป็นภัยที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีน้ำเป็นสาเหตุ อาจจะเป็น น้ำท่วม น้ำป่า หรืออื่น ๆ โดยปกติ อุทกภัยเกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาจมีสาเหตุจากพายุ หมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง ร่องความกดอากาศต่ำมีกำลังแรง อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว เขื่อนพัง ทำให้เกิดอุทกภัยได้เสมอ ดังนั้น เราจึงต้องรู้วิธีป้องกันและการปฎิบัติอย่างไรเมื่อเราประสบปัญหา อุทกภัย เพื่อความปลอดภัย และ ลดความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยได้นะคะ ^_^//